เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียคอนโดห้องมุม พร้อมแนะนำใครที่เหมาะจะซื้อ

คอนโดห้องมุมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน ด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ อาทิ ด้านพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และการรับแสงธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดห้องมุมควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง บทความนี้พลัสฯ ชวนมาเจาะข้อดีและข้อควรพิจารณาของคอนโดห้องมุม ตอบคำถามที่ใครหลายคนสงสัยว่า “คอนโดห้องมุม ดีไหม” ข้อดีของคอนโดห้องมุม 1. รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าห้องทั่วไป ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากการเปิดไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้ดี ลดกลิ่นอับและความชื้นสะสม อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกห้องมุมคอนโดแนะนำให้สำรวจห้องจริงและดูทิศที่ตั้งของห้องเพื่อพิจารณาเรื่องแสงธรรมชาติที่ได้รับระหว่างวัน เช่น หากเป็นคนที่ต้องตื่นเช้า แนะนำเลือกห้องที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเพื่อรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องทั่วไป ด้วยการออกแบบที่มีพื้นที่มุมเพิ่มขึ้น ทำให้คอนโดห้องมุมมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องแบบปกติ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด 3. ความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากมีเพื่อนบ้านติดกันเพียงด้านเดียวและอยู่ลึกกว่าห้องอื่นๆ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องทั่วไป ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น 4. วิวพาโนรามา คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้ชมวิวในมุมกว้าง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรู้สึกโปร่งโล่ง โดยเฉพาะในคอนโดที่อยู่ชั้นสูง จะได้ชมวิวเมืองได้อย่างสวยงาม 5. มูลค่าการลงทุนที่ดี คอนโดห้องมุมมักมีราคาขายต่อและค่าเช่าที่สูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีความต้องการสูงในตลาด ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ข้อเสียของคอนโดห้องมุม 1. อุณหภูมิภายในห้องสูง การมีหน้าต่างหลายด้านทำให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าห้องทั่วไป รวมถึงสามารถส่งผลให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศนานขึ้น จนทำให้เสียค่าไฟฟ้าสูงขึ้นได้ 2. ราคาสูงกว่าห้องทั่วไป คอนโดห้องมุมมักมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า และเป็นที่ต้องการสูงในตลาด 3. ระยะทางจากลิฟต์ ส่วนใหญ่คอนโดห้องมุมจะอยู่ไกลจากลิฟต์โดยสาร ทำให้ต้องเดินไกลขึ้น โดยเฉพาะเวลาขนของหรือซื้อของกลับมาจำนวนมาก 4. ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง คอนโดห้องมุมมักอยู่ติดกับบันไดหนีไฟ ลิฟต์ขนของ หรือห้องทิ้งขยะ ซึ่งอาจมีผลกระทบเรื่องกลิ่น แมลง หรือเสียงรบกวนต่างๆ ได้ แนะนำเลือกห้องจากโครงการที่มีผนังค่อนข้างหนา กันเสียงได้ดี 5. ความเสี่ยงน้ำรั่วซึม เนื่องจากมีผนังด้านนอกหลายด้าน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้มากกว่าห้องทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน คอนโดห้องมุม เหมาะกับใคร คอนโดห้องมุมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับหลายกลุ่ม อาทิ ครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย คนที่ทำงานที่บ้าน เพราะมีแสงธรรมชาติดี และมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการมีเพื่อนบ้านติดกันหลายด้าน นักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพราะมีมูลค่าการลงทุนที่ดี แนะนำ 5 คอนโดห้องมุม น่าสนใจ 1. ไฮฟ์ ตากสิน คอนโด High-rise จากแสนสิริ ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น จำนวน 365 ยูนิต 28 ชั้น มีประเภทห้องให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ Studio,…
คู่มือตรวจรับคอนโด Checklist จุดสำคัญที่ห้ามพลาด

การตรวจรับคอนโดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะคอนโดใหม่หรือตรวจคอนโดมือสอง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าได้รับห้องที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและสามารถแจ้งแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้ ไม่สร้างปัญหาให้ภายหลัง ในบทความนี้ พลัสฯ จะชวนมาเจาะลึกการตรวจรับคอนโดว่า ตรวจอะไรบ้าง และต้องตรวจคอนโดตอนไหน ผู้ที่กำลังซื้อคอนโดใหม่และต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองห้ามพลาด ตรวจรับคอนโดตอนไหน การตรวจคอนโดควรทำก่อนการโอนกรรมสิทธิ์หรือรับมอบห้อง โดยทั่วไปโครงการจะนัดตรวจห้องล่วงหน้าสักระยะ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่พบระหว่างการตรวจรับ ดังนั้นตรวจคอนโดก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ได้ห้องที่สมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ที่สุด โดยจำนวนที่แก้ไขได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการ การตรวจห้องคอนโดทั่วไปจะแก้ไขได้ประมาณ 2-3 ครั้ง อุปกรณ์สำหรับการตรวจรับคอนโด สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบไว้ดังนี้ 1. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ สำหรับบันทึกภาพจุดต่างๆ ที่ต้องแก้ไข ถ่ายภาพให้ครบทุกมุม ทั้งภาพรวมและภาพระยะใกล้ของจุดที่พบปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อมแซม 2. กระดาษ Post-it และปากกา สำหรับทำเครื่องหมายและจดบันทึกจุดที่พบปัญหา ระบุรายละเอียดของปัญหาที่พบให้ครบถ้วน แปะในจุดที่ต้องการให้แก้ไข 3. ลูกแก้วหรือลูกบอล สำหรับทดสอบความลาดเอียงของพื้น โดยวางลูกแก้วหรือลูกบอลบนพื้นในจุดต่างๆ หากลูกบอลกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แสดงว่าพื้นเอียง 4. เหรียญ สำหรับเคาะตรวจสอบพื้นและกระเบื้อง เพื่อหาจุดที่อาจมีการเทปูนไม่เต็มกระเบื้อง โดยสังเกตจากเสียงเคาะที่แตกต่างไปจากบริเวณอื่น 5. สายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟ สำหรับทดสอบปลั๊กไฟและระบบไฟฟ้า ควรทดสอบทุกจุดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัย 6. น้ำ ขวดน้ำ หรือถังน้ำ สำหรับทดสอบการระบายน้ำในห้องน้ำและระเบียง ควรทดสอบการระบายน้ำในปริมาณมากพอสมควรเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้มีน้ำขังหรือรั่วซึม เช็คลิสต์ตรวจรับคอนโด มีอะไรบ้าง 1. ตรวจสอบพื้นห้อง สังเกตความเรียบของพื้นผิว ตรวจดูว่าไม่มีรอยแยก รอยแตกร้าว หรือความเสียหายใดๆ จากนั้นควรตรวจสอบการยึดเกาะของกระเบื้อง โดยใช้เหรียญเคาะเพื่อฟังเสียงและสังเกตว่าไม่มีการโป่งพองหรือหลุดล่อน นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความลาดเอียงของพื้นในห้องน้ำและระเบียง เพื่อให้แน่ใจว่ามีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำที่ดี 2. ตรวจสอบผนังและบัวเชิงผนัง สังเกตความเรียบของผนังโดยรอบห้อง ตรวจดูว่าไม่มีรอยร้าว รู การหลุดลอกของสี การฉีกขาดของวอลเปเปอร์ หรือคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออก ซึ่งบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างความชื้น หรือการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อยของช่างได้ นอกจากนี้ตรวจสอบการติดตั้งบัวเชิงผนังว่ามีความเรียบร้อย แนบกับผนังสนิทดี ไม่มีช่องว่างหรือการหลุดลอกออก 3. ตรวจสอบเพดานและฝ้า สำรวจความเรียบของฝ้าเพดานทั้งหมด ตรวจดูว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความผิดปกติใดๆ บนพื้นผิว และตรวจสอบการติดตั้งดวงไฟและช่องแอร์ว่ามีความแน่นหนา นอกจากนี้ ควรสังเกตว่าไม่มีคราบน้ำหรือร่องรอยความชื้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึมจากชั้นบนหรือระบบท่อน้ำที่มีปัญหา 4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ทดสอบการทำงานของสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ และหลอดไฟด้วยสายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟทุกจุดว่าใช้งานได้ตามปกติ พร้อมสังเกตตำแหน่งการติดตั้งว่าเหมาะสมและปลอดภัยไหม ไม่อยู่ใกล้จุดที่อาจโดนน้ำ นอกจากนี้ควรตรวจสอบระบบไฟฉุกเฉินและสัญญาณเตือนภัยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสอบระบบน้ำ ตรวจสอบระบบน้ำทุกจุด เช่น ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ ฝักบัว อ่างล้างมือ และซิงก์ล้างจาน โดยทดสอบแรงดันน้ำว่าแรงอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงตรวจการระบายน้ำในอ่างล้างหน้าและพื้นห้องน้ำว่าไหลได้สะดวก ไม่มีน้ำขัง ที่สำคัญต้องตรวจดูการรั่วซึมตามท่อและข้อต่อต่างๆ โดยสังเกตความชื้นหรือคราบน้ำที่ปรากฏ 6. ตรวจสอบประตูและหน้าต่าง ทดสอบการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง ลูกบิดและกลอนว่าทำได้อย่างราบรื่น…
How to ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ ให้ปลอดภัย อุ่นใจได้เมื่อใช้พลัสฯ

ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในอุดมคติของคุณคืออะไร? บ้าน ที่มีพื้นที่ส่วนตัวที่ให้คุณได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ บ้าน ที่มีสังคม สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดี โดยไม่ต้องกังวลใจ เมื่อเรื่อง ‘บ้าน’ ไม่ใช่เป็นแค่ ‘เรื่องบ้านๆ’ การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้ออสังหาฯ ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย การเลือกให้ดี จึงต้องใช้เวลา และอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ช่วยตัดสินใจ เสมือนการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการเรื่องอื่นๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายทรัพย์สิน หรือได้ทรัพย์สินที่ดีในราคาที่เหมาะสมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด ในบทความนี้ จะพาคุณทำความรู้จัก ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ ผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘เอเจนต์’ ตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ที่คุณไว้ใจได้ให้มากขึ้น ตัวแทนอสังหาฯ สำคัญยังไง ในการช่วยเหลือผู้ซื้อและผู้ขายให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การมีตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพเข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ พลัสฯ ตัวแทนการ ซื้อ-ขาย-เช่า ที่มากกว่าคำว่า ‘เชี่ยวชาญ’ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ซับซ้อน กอปรกับมูลค่ามหาศาลและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมากมายทำให้การตัดสินใจด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสูง หากคุณต้องการซื้อโครงการระดับ Luxury คุณมั่นใจในเอเจนต์อิสระได้มากแค่ไหน? โครงการ ณริณสิริ กรุงเทพกรีฑา การเลือกตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือเปรียบเสมือนการลดความเสี่ยงที่จะตามมาหลังจากตัดสินใจเช่า-ซื้ออสังหาฯ ตั้งแต่เริ่ม พลัสฯ ที่พร้อมจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเลือกทำเล ไปจนถึงวันที่คุณรับมอบ One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์ พร้อมด้วยข้อมูลการตลาดเชิงลึกที่เข้าใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรืออยู่เอง ก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย ผ่านฐานข้อมูลคุณภาพกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทุกทำเล ทุกราคา มีการบริหารจัดการและระบบหมุนเวียน stock ที่ช่วยส่งมอบยูนิตหรือห้องที่มีคุณภาพ ตรงต่อความต้องการมากยิ่งขึ้น นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากที่สุด บริการตัวแทนขาย-ปล่อยเช่า เพื่อเจ้าของบ้าน และนักลงทุน อุ่นใจได้ในทุกขั้นตอน ด้วยทีมค้นคว้าและวิจัยตลาด ช่วยวิเคราห์วางแผนการลงทุน พร้อมช่วยให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย…
เจาะลึก การตรวจสอบอาคารคืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบอาคารเป็นการสร้างความมั่นใจว่าอาคารที่สร้างนั้นมีความแข็งแรง มั่นคง ตรวจว่ามีจุดชำรุดและเสียหายหรือไม่ เพื่อให้อาคารพร้อมใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า อาคารประเภทใดที่ต้องมีการตรวจสอบ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ใครเป็นผู้ตรวจสอบ และโทษหากมีการฝ่าฝืนการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร คือ การตรวจสอบสภาพอาคารด้านความมั่นคงแข็งแรงและระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยผู้ตรวจสอบอาคาร ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้ประโยชน์อาคาร การตรวจสอบอาคารเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างและระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร โดยครอบคลุมการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่: โครงสร้างอาคาร – ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง รอยร้าว และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างหลัก ระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ระบบป้องกันอัคคีภัย – ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ และระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบระบายอากาศ – ประเมินคุณภาพอากาศและประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล – ตรวจสอบระบบน้ำดี น้ำเสีย และสุขาภิบาลทั่วไป ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน – ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานและการบำรุงรักษา กฎหมายไทยกำหนดให้อาคารประเภทควบคุมการใช้ โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง และอาคารสาธารณะ ต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ และต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท อาคารที่ต้องผ่านการตรวจสอบมี 9 ประเภท ดังนี้ 1. อาคารสูง การตรวจสอบอาคารสูง คือ การตรวจสอบอาคารที่มีบุคคลเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยพื้นที่ ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นดินถึงชั้นดาดฟ้า 23 เมตรขึ้นไป หากเป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินไปจนถึงยอดของผนังชั้นบนสุด 2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นมากกว่า 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรือใช้ประกอบกิจการไม่ว่าจะประเภทเดียวหรือหลายประเภทก็ตาม 3. อาคารชุมนุมคน อาคารหรือส่วนของอาคารที่ให้บุคคลเข้าไปใช้ในการชุมนุม โดยมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือใช้ชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4. โรงมหรสพ อาคารที่ใช้ประโยชน์สำหรับงานรื่นเริง ฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรืออื่นๆ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม 5. โรงแรม อาคารที่มีห้องพักมากกว่า 80 ห้องขึ้นไป ซึ่งอ้างอิงตามกฎหมายอาคารประเภทโรงแรม 6. อาคารชุด อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นพื้นที่การอาศัยอยู่รวมกันสำหรับหลายครอบครัว โดยมีการแบ่งพื้นที่แยกสำหรับแต่ละครอบครัว ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 7. อาคารโรงงาน อาคารหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นโรงงาน…
รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน เลือกอยู่อย่างไรให้เป็นสุข?

บ้านเป็นมากกว่าสถานที่พักอาศัย เพราะเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอบอุ่นของครอบครัว การเลือกประเภทของบ้านที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยบ้านแต่ละประเภทมีข้อดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาดูว่าบ้านมีกี่ประเภท พร้อมแนะนำบ้านหรูจาก 5 โครงการที่น่าสนใจ รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน 1. บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวเป็นประเภทของบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ทั้งภายในบ้านและพื้นที่รอบบ้าน และได้รับความนิยมสูง โดยลักษณะตามกฎหมายของบ้านเดี่ยวต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา และต้องมีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงทุกด้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และไม่มีผนังส่วนใดติดกับบ้านหลังอื่น ประเภทของบ้านรูปแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และมีอิสระในการตกแต่งหรือต่อเติมบ้าน อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมักมีราคาสูงและต้องดูแลรักษามากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น 2. บ้านแฝด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว แต่มีผนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งติดกับบ้านอีกหลัง รวมถึงต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ทำให้ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่มีงบประมาณจำกัด 3. ทาวน์เฮ้าส์ ประเภทบ้านที่มีลักษณะเป็นอาคารติดกัน คล้ายอาคารพาณิชย์ โดยตั้งอยู่บนที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 ตารางวา มักมีความสูง 2 ชั้น ซึ่งบางบ้านมีผนังร่วมกับบ้านด้านข้างทั้งสองด้าน ไม่มีรั้วแบ่งเขตชัดเจน มีเพียงกำแพงกั้นบ้านแต่ละหลังเท่านั้น โดยประเภทของบ้านรูปแบบนี้มักมีการออกแบบที่เหมือนกัน เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นมีบ้านหลังแรก 4. ทาวน์โฮม ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์ทันสมัยกว่าทาวน์เฮ้าส์ มีรั้วแบ่งเขตที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังมีการใช้ผนังที่ติดกับบ้านด้านข้างอยู่ และมีพื้นที่ใช้สอยที่คล้ายบ้านเดี่ยว ความสูงมักอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั้น ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ และมีการตกแต่งที่ครบครันกว่า สามารถตั้งอยู่ในโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างได้ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สามารถปรับพื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศได้ 5. คอนโดมิเนียม คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและแหล่งอำนวยความสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนทำงานหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แนะนำ 5 บ้านหรู บนทำเลศักยภาพ 1. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียมบนถนนสุขุมวิท ที่ผสานความสง่างามของการออกแบบเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ตกแต่งด้วยสไตล์หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมจากดีไซเนอร์ระดับโลก เพดานสูงสร้างความรู้สึกที่โล่งโปร่งสบาย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากมาย เช่น พื้นที่อเนกประสงค์ สวนหย่อม ลานจอดรถ และระบบรักษาความปลอด 24 ชม. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย มี 2 รูปแบบบ้านให้เลือก ได้แก่ Type A ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type…
ที่จอดรถคอนโด มีกี่แบบ? ก่อนซื้อคอนโดต้องรู้!

นอกจากความสวยงาม โลเคชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดที่หลายคนมักมองข้าม คือ ที่จอดรถคอนโด เพราะมีบทบาทต่อการจราจรรอบคอนโด ความสะดวก ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย กฎหมายที่จอดรถคอนโด ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 และพรบ. ควบคุมอาคาร 2544 ได้กำหนดจำนวนที่จอดรถคอนโดไว้ 2 กรณี ดังนี้ 1. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามพื้นที่ใช้สอย การกำหนดที่จอดรถตามขนาดพื้นที่ใช้สอยของยูนิตห้อง โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อห้อง คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อ 2 ห้อง 2. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามขนาดอาคาร การกำหนดที่จอดรถตามขนาดของอาคาร โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 240 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน โดยปกติ หากคอนโดไม่มีจำนวนที่จอดรถตามกฎหมายจะไม่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ซื้อคอนโดจึงควรตรวจสอบเอกสารการอนุญาตก่อสร้าง และจำนวนที่จอดรถที่ได้รับอนุมัติอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่า คอนโดมีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ประเภทที่จอดรถคอนโด ที่จอดรถคอนโดสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1. คอนโด Fix ที่จอดรถ คอนโด Fix ที่จอดรถ คือ คอนโดที่มีการกำหนดที่จอดรถแบบตายตัว หรือเฉพาะเจาะจงให้กับแต่ละยูนิตห้อง โดยมีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายห้องชุด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน ข้อดี: มีที่จอดรถอยู่เสมอ เป็นเจ้าของพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องแย่งจอดกับผู้อื่น ข้อเสีย: ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และอาจไม่ถูกใช้งานเลยในกรณีที่เจ้าของห้องไม่มีรถยนต์ส่วนตัว 2. คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถ คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถหรือที่เรียกว่า ระบบที่จอดรถแบบ ‘มาก่อน ได้ก่อน’ โดยไม่มีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในสัญญาซื้อขายห้องชุด และถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ข้อดี: ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ และผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานที่จอดรถได้อย่างคุ้มค่า ข้อเสีย: ไม่มีที่จอดรถรองรับเสมอไป และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย 3. คอนโด ที่จอดรถ 100% คอนโด ที่จอดรถ 100% คือ…
ทำความรู้จักย่านอ่อนนุช พร้อมพาส่อง 5 คอนโดอ่อนนุช

‘ย่านอ่อนนุช’ คือ หนึ่งในทำเลทอง (Prime Location) ของกรุงเทพฯ ที่ได้ขึ้นแท่นเป็น New CBD (New Central Business District) หรือพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้มีอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ทำให้ย่านอ่อนนุชในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมคอนโดน่าอยู่ Community คุณภาพอย่าง T77 ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปทำความรู้จักกับย่านอ่อนนุช พร้อมแนะนำ 5 คอนโดที่อยู่ใกล้กับ T77 Community ซึ่งเป็น Shopping Mall ยอดฮิตของชาวอ่อนนุช การเติบโตของคอนโดในย่านอ่อนนุช คอนโดอ่อนนุชถือเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุน เพราะมีอัตราผลตอบแทนจากปล่อยเช่า (Rental Yield) ประมาณ 5-7% ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง อีกทั้งราคาขายคอนโด (Capital Gain) ยังมีการปรับขึ้นราว 7-8% ต่อปี โดยปัจจัยที่ทำให้คอนโดอ่อนนุชมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ 1. การตัดผ่านของรถไฟฟ้า BTS ในปี พ.ศ. 2542 รถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุชได้เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก ซึ่งในขณะนั้น สถานีอ่อนนุชได้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการเดินทางเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ ของผู้ที่อยู่อาศัยในย่านบางนา-สำโรง ทำให้ย่านอ่อนนุชครึกครื้นมากขึ้น ต่อมารถไฟฟ้า BTS ได้เปิดส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ในปี พ.ศ. 2554 ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านอ่อนนุชพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย 2. รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวก เมื่อกระแสผู้คนในย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดตัวของสถานีอ่อนนุช ทำให้มีแหล่งอำนวยความสะดวกมากมายเกิดขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้คน อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ 3. แหล่งรวมคอนโดราคาหลากหลาย คอนโดอ่อนนุชมีราคาหลากหลาย ตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปจนหลักสิบล้าน ทำให้ราคาเช่าของคอนโดอ่อนนุชมีความหลากหลายตามไปด้วย โดยคอนโดอ่อนนุชที่มีราคาขายไม่สูงมากมักเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2554 ส่วนคอนโดที่สร้างเสร็จใหม่ไม่นานจะมีราคาขายสูงกว่า อันเป็นผลจากต้นทุนราคาที่ดินที่สูงขึ้น แนะนำ 5 คอนโดอ่อนนุชน่าอยู่ สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดให้เช่าในย่านอ่อนนุช พลัสฯ ได้รวบรวม 5 คอนโดน่าอยู่มาให้แล้ว ทั้งคอนโดถูกและคอนโดหรู ซึ่งอยู่ใกล้กับ T77 Community อันเป็นแหล่งอำนวยความสะดวกยอดนิยมของคนย่านอ่อนนุชในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเดินทางสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS 1. Park Court Sukhumvit 77 Park Court Sukhumvit 77 เป็นโครงการคอนโด Low-Rise สูง 7 ชั้น…
รวม 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เอาใจเหล่า Pet Parent!

ด้วยกระแสการเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก หรือ Pet Parent ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ความต้องการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น แต่กลุ่มคอนโด Pet-friendly ยังมีจำนวนไม่มากนัก หลายคนจึงแก้ปัญหาด้วยการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาเปิดข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด พร้อมแนะนำ 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เอาใจเหล่า Pet Parent โดยเฉพาะ ข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด คอนโดหลายแห่งไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างที่ไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง ปัญหารบกวนเพื่อนบ้าน และอื่นๆ ซึ่งการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมีข้อเสียมากมาย ได้แก่ 1. ผิดกฎระเบียบของคอนโด หากเจ้าหน้าที่นิติบุคคลตรวจสอบพบว่า มีการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจถูกคิดค่าปรับเป็นรายวัน หรือถูกเชิญให้ย้ายออกได้ 2. สุ่มเสี่ยงต่อการมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจเสี่ยงต่อการมีปัญหากับเพื่อนบ้าน อาทิ สุนัขหรือแมวร้องเสียงดัง หรือการดูแลสุขอนามัยที่ไม่ดีจนทำให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน 3. กระทบสุขภาพสัตว์เลี้ยง การแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดทำให้เจ้าของไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น หาสัตวแพทย์ หรือรับบริการดูแลสุขภาพได้บ่อยนัก เนื่องจากต้องหลบๆ ซ่อนๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในที่สุด แนวทางที่ดีในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งสัตว์เลี้ยง เจ้าของ และเพื่อนบ้าน คือ การเลือกอยู่อาศัยในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เพราะมีการออกแบบและบริการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง รวม 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ จากแสนสิริ ปัจจุบันมีคอนโดหลายแห่งอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้แล้ว เพื่อตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยของเหล่า Pet Parent อาทิ 1. Downtown 49 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แบบ Low-Rise ที่ประกอบไปด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมทั้งหมดเพียง 135 ยูนิต ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก โดยแต่ละยูนิตมีขนาดพื้นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ 33.85-133.75 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ คือ ห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน ห้อง 3 ห้องนอน ห้องเพนเฮาส์ ห้องดูเพล็กซ์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างหลากหลาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ ห้องอบไอน้ำ สนามพัตต์กอลฟ์กลางแจ้ง และสวนหย่อมรอบโครงการ ซึ่งสามารถพาน้องหมา และน้องแมวออกมาเดินเล่นได้ ตัวโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์และสถานีทองหล่อ รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกสำคัญอย่างห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม โรงพยาบาลคามิลเลียน และโรงเรียนเซนต์ดอมินิก เป็นต้น ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย…
รวม 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า BTS

‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลของกรุงเทพฯ ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายตัวของรถไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งสถานศึกษา โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้คอนโดอ่อนนุชได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน และนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคต แล้วคอนโดอ่อนนุชมีจุดเด่นอะไรบ้าง? จุดเด่นของคอนโดอ่อนนุช เอกลักษณ์อันโดดเด่นของย่านอ่อนนุชทำให้คอนโดแถวอ่อนนุชมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ 1. ทำเลใกล้ BTS อ่อนนุช อ่อนนุชเป็นโลเคชั่นมาแรงสำหรับการอยู่อาศัย เพราะยังไม่แออัดจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าเมืองโซนทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวก เพราะมีทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และถนนสุขุมวิทตัดผ่าน 2. แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก คอนโดอ่อนนุชรายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่แพ้คอนโดใจกลางเมือง ทั้งร้านค้า ตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ 3. ราคาสามารถเข้าถึงได้ หากเทียบราคาคอนโดอ่อนนุชกับคอนโดในย่านใกล้เคียงอย่างทองหล่อและอโศก คอนโดอ่อนนุชถือว่า มีราคาที่ย่อมเยา และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ 4. มีศักยภาพในการเติบโต เหมาะแก่การลงทุน แนวโน้มการขยายตัวของกรุงเทพฯ ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในย่านอุดมสุขมีแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้คอนโดอ่อนนุชเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ นอกจากนี้ คอนโดย่านอ่อนนุชยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งความมีชีวิตชีวาสไตล์คนเมือง และความเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน แนะนำ 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า ยอดนิยม คอนโดอ่อนนุชเหมาะกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน นักศึกษาจบใหม่ หรือนักลงทุน โดย 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า ยอดนิยม ได้แก่ 1. เดอะ เบส พาร์ค เวสต์ สุขุมวิท 77 โครงการคอนโดที่สะท้อนความเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของคนเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารสูง 39 ชั้น 1 อาคาร และอาคารสูง 8 ชั้น 1 อาคาร รวมทั้งหมด 711 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 25.00 – 51.00 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ ห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ฟรีอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ส่วนกลาง ร้านค้า และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับ BTS อ่อนนุช และแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย…
ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…